Just insensible poems

posted on 18 Apr 2011 10:30 by martina87
ใกล้กลับไทยแล้ว....
อีก สองเดือน
รู้สึกใจหาย... ว่าอยู่มายังไงได้ตั้ง 8 เดือน
 
ตอนนี้วิชาภาษาอังกฤษ ที่โรงเรียน เรียนเรื่องกลอน ในสมัย ฮาเร็ม เรอเนสซองส์ (ไม่เกี่ยวกับฝรั่งเศส แต่อย่างใด เป็นสมัยที่แอฟริกัน อเมริกัน เรียกร้องสิทธิให้เท่าเที่ยวกับพวกผิวขาว) พอเรียนอ่านกลอน
อาจารย์ก็ต้องให้เราแต่งกลอน
 
ขนาดกลอนไทย ภาษาเราเอง ยังแต่งไม่รอด จะเอาอะไรกับภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ เบๆ ไม่ได้มีศัพท์เริ่ดหรู อะไรอย่างคนอื่น
 
แต่เอาหน่ะ ลองกันสักตั้ง
อาจารย์บอก แต่งเกี่ยวกับอะไรก็ได้
เราก็เลือกหัวข้อแต่งด้วยความรู้สึกถวิลหา หรือ โหยหา ก็ไม่แน่ใจ
 
กลอนแรก ตั้งชื่อว่า BKK
When I far away
I dream to where used to stay
Every morning monks come to pray
Oh my peaceful BKK
wait for me home
 
กลอนที่ 2 ชื่อว่า Pittsburgh
I,here, Pittsburgh
City of Champions
City of Bridges
City of three rivers
Here come her names
 
I am the stranger
From the invisible land
She gives me her hands
Hence, fit me in.
 
There by,I earn the true love
And give back
I,here, Pittsburgh
 
ไม่รู้ว่ามันเป็นกลอนหรือเปล่า
แต่แต่งด้วยส่วนลึกของใจจริงๆ
เป็นความประทับใจคนละแบบ
ถามว่าอยากอยู่ที่ไหนมากกว่ากัน
ตอบไม่ได้...
เป็นต้นว่า ถ้ากลับได้ก็เลือกกลับไปกรุงเทพ
แต่ถ้าให้อยู่ที่นี่ต่อ
เมืองที่จะเลือกอยู่ก็ต้องอยู่ พิตต์เบิร์ก
 
แต่ยังไง ๆ แล้ว
อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเราจริงๆ
 
 
หลังจากหายไป ประมาณ 1 อาทิตย์ฟ่าๆ
และแล้ว ก็ตระหนักได้ (อีกครา) ว่าต้องเข้าเอ็กทีนบ้างอะไรบ้าง
หลังจากดูฮอกกี้ทีมโปรดเสร็จ ก็อารมณ์ดี๊ ดี มีอารมณ์จะเขียน (เพราะทีมชนะ อิอิ
ถ้าวันไหนแพ้ จะประมาณว่า ดูเสร็จ เข้าห้อง หลับ ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น)
และก็ได้ประเด็น
เราจะมาเล่า ทีมฮอกกี้ ทีมโปรด ที่เป็นแรงบันดาลใจ ให้เราอยากเล่นสเก็ต และ ฮอกกี้
ตอนแรกที่มา ก็ไม่เคยจะรู้จักว่าฮอกกี้ มันคืออะไร รู้แต่ ในโลกนี้ มันมีกีฬา ชื่อฮอกกี้ แต่ไม่รู้ว่ามันเล่นยังไง อุปกรณ์มีอะไรบ้าง ผู้เล่นกี่คน ฮิตที่ไหน ไม่เคยรู้
พอมาถึงบ้านโฮสต์ ก็รู้ว่าโฮสต์เล่นฮอกกี้ คราวนี้รู้ละว่ามันคืออะไร เพราะไปดูโฮสต์แม่เล่นมา
แล้ว เพื่อนโฮสต์ แม่ก็บอกว่า มีบัตรฮอกกี้ ของ ทีมเพนกวินส์ อยู่ เป็นพรีซีซั่นเกม
ถามเราว่า อยากไปดูมั๊ย ไม่ได้บังคับนะ
ไอ้เรา ก็เว้ย อยากไป เป็นประสบการณ์
แต่แม่โฮสต์บอกว่า บัตรมันแพงนะ ประมาณ 50 เหรียญได้
เราก็ ไม่สน อยากไปมากกก ช่วง2-3 เดือนแรกที่มาถึง เขาว่ากันว่าเป็นช่วง ฮันนีมูน พีเรียด
เป็นช่วงที่เราจะสนใจทุกอย่าง อยากทำทุกอย่าง
พอมาถึงตอนนี้แล้ว นึกตามที่เขาว่ากัน มันก็จริง
โอเค บอกเพื่อนโฮสต์ ไป 
ถึงวันแข่ง เพื่อนโฮสต์ มารับที่บ้าน โอ๊ย ตื่นเต้นๆ  แต่ก่อนจะไปก็ไปแวะที่บ้านเพื่อนโฮสต์ก่อน
ระหว่างนั่งรอ เพื่อนโฮสต์ เค้าก็ให้ดูคลิปในยูทูป เกี่ยวกับ เพนกวินส์ ดูครั้งแรก
เราก็ เฮ้ยยยยยย ไอ้ทีมเพนกวินส์ คนเล่นมันเป็นผู้ชายนี่หว่า เฮ้ย!!
ถึงตรงนี้ อย่างง ก็บอกแล้วว่า ไม่รู้อะไร เกี่ยวกับ เพนกวินส์เล้ยยยยยย
แล้วที่ นึกว่าผู้หญิงเล่น เพราะ โฮตส์แม่เล่นฮอกกี้ แล้วเพื่อนโฮสต์แม่ คนที่ชวนก็เป็นผู้หญิง เราก็นึกว่า
ที่เค้าจะพาไปดูมัน ทีมผู้หญิง  แต่ ซะเมื่อไรละ ผู้ชายเล่น
ก็นะ ทุกคนคนเล่นแต่ละคน ก็อึกอัก ดี 555+ เจริญหู เจริญตา เป็นอย่างมากก คิกคักๆ
โอเค ณ เวลานั้น ก็ตื่นเต้นขึ้นมาอีกโข แล้วเพื่อนโฮสต์ นี่ก็แฟนตัวจริง เล่าประวัติทีมนี้ให้ฟังละเอียดยิบ
เพนกวินส์ เช่นว่า เคยได้ Stanley Cup มาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งล่าสุด คือ ปี 2009 โดย Sidney Crosby เป็นกัปตันทีม
อยากบอกว่า ผู้ชายคนนี้ เก่งน่าเกลียดอ่ะ
เก่งซะน่าเกลียด เก่งเกิีนนนน
บรรยากาศในอารีน่า ครั้งแรกของการดูฮอกกี้ ยิ่งกว่าตื่นเต้น มองไปรอบๆ เห็นแต่คนใส่ เจอร์ซีย์ของเพนกวินส์
สปิริตแรงกันจริงๆ ขนาดเป็นแค่พรีซีซั่นเกม
วันนั้น เพนกวินส์ แข่งกับ ชิคาโก แบล็กฮอห์ก
ทีมชิคาโก แบล็กฮอห์ก นี่ก็ถือว่าไม่เบา ได้แชมป์แสตนด์ลีย์ คัพ ปีที่แล้ว
เรียกแต่ได้ เสือชนสิงห์ กันได้ทีเดียว เกมนี้
จบเกม ผลปรากฏว่า เพนกวินส์ ชนะ แบล็กฮอห์ก ด้วยสกอร์ 2-1
จบเกม ก็กลับบ้าน ด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตลอดทาง
ไม่รู้เหมือนกัน ว่าติดใจอะไรนักหนา แต่รู้ว่ามันชอบ ชอบมาก
มันเหมือนเป็นกีฬาที่เหาะได้เลย รู้สึกว่า มันมหัศจรรย์ดี โดยเฉพาะ ทีมนี้ด้วย มหัศจรรย์มาก
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็ติดตามข่าว ดูเกมทั้งทางทีวี หรือบางทีก็ไปดูที่อารีน่า
อ่านข่าวทางหนังสือพิมพ์  ฟังวิทยุ สถานะเฟซบุค ก็มีแต่เชียร์เพนส์(เพนส์ ย่อมาจาก เพนกวินส์)
จนแบบ คนข้างๆต้วนี่จะ รู้กันเลย ว่าเราเป็นแฟนตัวยงของเพนส์
แล้วถามว่า เพนกวินส์ จุดประกายอะไรเรา
เราขอบอกเลย ว่าทีมนี้กระตุ้นให้เราอยากเล่นสเกตและฮอกกี้เป็น
บอกไปก่อนเลยว่า ทั้งชีวิตเกิดมา ไม่เคยใส่รองเท้าสเกต ไม่เคยสเกต ไม่เคยไปไอซ์ ริงค์ ที่เอสพลานาด
ไม่รู้ว่า ไอซ์ สเกต เป็นยังไง
เชื่อมั๊ยว่า ทีมนี้  สร้างคนที่สเกตไม่ได้ เป็นคนที่สเกตได้ดีคนหนึ่ง และอีกไม่นาน คนๆ ก็จะเล่นฮอกกี้
ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ เพราะคนอย่างเรา ไม่เคยเล่นกีฬาได้ดีเลย แต่เราคิดว่า กีฬานี้ เราน่าจะไปได้สวย
มันอาจจะดู เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
แต่สำหรับเด็กอายุ 17 มันถือว่าเป็นการค้นพบตัวตนนะ
เป็นเสี้ยวหนึ่งที่เราสามารถหามันเจอ
แม้ว่ามันจะเหลืออีกเยอะ ที่เราจะต้องค้นหาต่อไป
แต่นี่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจไม่ใช่หรอ :)
Winter Classic Game @ Pittsburgh on 1-1-11
เกมนี้ แข่งกับ Washington Capitale 
ถึงว่าจะแพ้ แต่ก็ประทับใจมากๆ คนดูประมาณสามหมื่นกว่าคนได้ ยิ่งใหญ่สุดๆ
แต่เราไม่ชอบ โอวี่วะ ใครแฟน แคปิตัล ขอโทษด้วย
 มีป้ายเชียร์สักหน่อย ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมเป็นภาษาฝรั่งเศส
เพราะคนเล่นในทีมส่วนใหญ่เป็น French-Canadian
Allons-y Pens= Let's go Pens
Dupuis!!! เบอร์เก้า คนนี้ก็เจ๋งมากๆ
และภาพสุดท้าย
 

ขอบคุณเพนกวินส์ รักเธอมากๆ ♥♥♥♥♥

จุดเริ่มต้นที่ ๑

posted on 02 Mar 2011 08:13 by martina87
กว่าจะได้อารมณ์เขียน ปล่อยเวลาผ่านเลยไปมา 7 เดือน
สมัครตั้งแต่ก่อนมาอเมกา จนจำ ยูสเซอร์เนม กับ แพสเวิร์ดไม่ได้ จนต้องสมัครใหม่
ตอนแรกตั้งใจไว้ ว่า จะเขียนตั้งแต่ วันแรกที่เหยียบแผ่นดินนี้ จนวันสุดท้าย ที่กลับ
จนแล้วจนเล่า ก็ไม่ได้ทำ จนมาถึงวันที่เหลือเวลาแค่ 3 เดือน กับ อีก สิบเอ็ดวัน
ที่ผ่านมา ก็ปล่อยเวลาเปล่าๆ
 
 
เอาวะ ... วันนี้ฤกษ์งามยามดี(มั้งนะ) ที่มันดี เพราะตัวเองหายผัดวันประกันพรุ่งนี่แหละ
เอาวะ....(อีกรอบ ๕๕+) ต่อไปจะพยายามให้ได้อาทิตย์ละครั้ง ถือว่าเป็นปณิธาน ยิ้มมมมม...
อเมกา ใครๆได้ยินว่าเราจะได้ไปไหน ก็ อู้ววว กันเนอะ ตอนแรกก็คิดอย่างงั้นเหมี๊ยนกัน
ไปเมกา คงเจ๋งน่าดู อีกอย่าง เบื่อๆโรงเรียนที่ไทย ไปหาประสบการณ์สักปี
คิดได้อย่างนั้น จัดแจง เอาตัวเองไปสอบ  สอบไป สอบมา ด้วยความหวัง อยากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนกับคนอื่นเค้าบ้าง แค่ฟังก็ดูหรูละ โอเค กุได้ละ ช่วงนี้ไม่อยากเล่ามาก เพราะมันธรรมดาอ่ะ แบบใครๆก็รู้ใช่มะ ไปสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ แล้วโครงการก็ประกาศผล ใครได้จะไปก็ได้ ไม่ไปก็ได้ แต่เราอยากไป ก็อ้อนแม่กันเข้าไป ติดสินบนยุ่งวุ่นวายไปหมด ๕๕๕+
 
 
โอเค พ่อแม่ไฟเขียว ตอนแรกก็เกือบๆ ได้ไฟเหลือง สงสัยทนฟังเราฟูมฟายไม่ไหว ๕๕๕+
หลังจากนั้นก็ไปตามๆ เค้า มีปฐมนิเทศ ก็ไป เฮ~ มีเข้าค่ายอะไร ก็ไปหมด
ถึงเวลาจะไป กระดี๊กระด๊า เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ (ไม่รู้ใช้สำนวนถูกป่าวนะ ๕๕+)
ไปนี่แบบ ไม่มีน้ำตาสักหยด แบบว่าเตรียมตัวมาดี ที่ว่าดีนี่คือ กูเกิ้ล ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโฮสต์ โรงเรียน และร้านอาหารไทย (ไม่ได้ อันนี้สำคัญมาก) ทุกอย่างดูหรูเริ่ดมาก กก ... อาจจะไม่เว่อร์ขนาดนั้น แต่คือก็ดีแหละ ไม่เลวร้าย เมืองที่ไปอยู่ก็ไม่กันดารมาก ถือว่าใหญ่ทีเดียว
ก็ไป นั่งเครื่องจาก เมืองไทย วันที่ 10 สิงหา ตีสี่ จำได้ เพราะเพื่อนมาส่งด้วย ฮิฮิ เพื่อนร้องไห้ แต่กุไม่ร้อง
 
 
ไปด้วยจิตใจลั่นล้า แวะเปลี่ยนเครื่องที่ญี่ปุ่น กุก็ลั่นล้า เข้าห้องน้ำ เล่นตามพี่โน้ต สบายอกสบายใจ จากญี่ปุ่นนั่งไปซานฟราน 12 ชั่วโมงได้มั้ง จำไม่ได้แม่น แต่ที่จำได้ฝังหัว คือ ทรมาน มากกกกกกกกกกก (อยากจะใส่ กอ ไก่ ซัก พันตัว เพื่อแสดงปริมาณ) แบบ ได้ที่นั่งตรงกลาง ขนาบด้วย ฝรั่ง ด้านละสองคน ซ้ายขวา
คือ แบบ บอกได้คำเดียวว่า "งานเข้า เหี้ยๆ" (น้าเน็ก บอกว่า เหี้ยไม่ได้เป็นคำหยาบนะฮาฟฟ..)  จะออกทีนี่อยากมากกกก ไม่รู้ฝรั่งมันไปง่วงมาจากไหน หลับแม่ง ตลอดไฟล์ ไอ้เรา ดันเกิดมาอวบ (อวบนะ ไม่ใช่อ้วน... เหร๊อออ) จะออกที ก็ลำบาก เอาวะ ทนๆ
 
 
ก็ทนไป... จนถึงซานฟราน แบบ ออกจากเครื่่องได้แทบจะโห่ร้องให้ก้องสนามบิน โห่ โห่
ชีวิต สามวันสองคืน ที่ ซานฟราน เป็นอะไรที่แบบ สนุกมาก คิดว่า โคดสนุกเลยวะ
เมกานี่แม่งโคดเจ๋ง ไปเล่นเครื่องเล่นที่ เกร็ทอเมริกามา สุโค่ยยย แบบ ว่าทุกอย่างมันก็คล้าย ดรีมเวิร์ด กุก็ว่าสุโค่ยยย ทุกอย่าง อเมซิ่ง หมด ไปโกลเด้่น เกท บริดจ์ มา ในใจก็คิด โอ๊ย ทำไมบ้านกุไม่มีอย่างนี้บ้างว้า สะพานอะไรสวยเหี้ยๆ หลังจากนั้นไปดินเนอร์ ที่ พิแอร์ 39 โอ๋ แมวน้ำเยอะ น่ารักมากกก วินาทีนั้น อะไรๆก็ดีไปซะทุกอย่าง....
 
 
เอาละ เวลาผ่านไปสามวัน ถึงเวลาต้องไปหาโฮสต์ละ
เราก็คิดไป ทุกอย่างมันต้องดีแน่ๆ เลย เพราะกูเกิ้ลมาดี...  ยิ้มมมม
นั่งเครื่อง 6 โมงเช้า จาก ซาน ฟรานซิสโก แล้วเปลี่ยนเครื่อง ที่ชิคาโก เพื่อมาที่นี่
ที่ที่ มีทั้งรอยยิ้ม ทั้งคราบน้ำตา ที่ที่ ทำให้เรารักพ่อ รักแม่ รักประเทศ รักภาษา รักทุกอย่างที่เป็นประเทศไทย รักที่จะกลับไป ที่นี่สอนให้ คนๆ หนึ่งที่เอาแต่ใจ แต่รู้จักอดทน คนที่ใครทำอะไรให้ไม่พอใจ ก็แสดงออกทันที ต้องรู้จักอดทน อดกลั้น ที่นี่ทำให้ คนๆ หนึ่ง ที่เคยแต่พูดว่า อยากอยู่เมืองนอกว่ะ ต้องกลับมาพูดว่า อยากกลับไทย
.............

edit @ 2 Mar 2011 08:51:37 by มาตินา

edit @ 2 Mar 2011 08:53:23 by มาตินา